วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รายนาม 50 ประเภทสุดยอดกองหน้าในการสู้รบพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

รายการ 50 อันดับสุดยอดกองหน้าในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ




เพื่อฟุตบอลลีกยอดนิยมในใจของใครหลายคน โดยเฉพาะแฟนฟุตบอลชาวไทย เดินทางมาถึงฤดูกาลที่ 23 แล้ว นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชั่น 1 มาเป็น ศึกพรีเมียร์ลีก ได้ผลิตยอดนักเตะออกมาประดับวงการมากมาย

ซึ่งเพราะเฉพาะตำแหน่งที่เรียกได้ว่าสำคัญพร้อมด้วยเป็นพระเอกในสนามมากที่สุดนั่นคือ ศูนย์หน้า หรือหัวหอกถล่มประตูนั่นเอง

พร้อมกับล่าสุดทางสื่อ เดลี่เมล์ ซึ่งเป็นสื่อชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ ได้จัดบัญชีชื่อ 50 อันดับกองหน้ายอดเยี่ยมตลอดกาลพรีเมียร์ลีก มาเพื่อให้แฟนบอลได้รำลึกความหลังกัน เชื่อว่าแฟนบอลที่อายุ 30 ปีขึ้นไป น่าจักทันได้ยลฝีเท้าของแข้งดังเหล่านี้ทั้งหมด

ลองมาดูว่าตรงใจผู้อ่านกันบ้างหรือไม่ก็ไม่? เชิญติดตามกันครับ


บุกเบิกต้นที่อันดับ 50. อลัน สมิธ ทีมที่เคยอยู่ กรุ๊ปลีดส์ ยูไนเต็ด, หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด, เหล่านิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด



อันดับที่ 49. โทนี่ เยบัวห์ กรุ๊ปที่เคยอยู่ หมู่ลีดส์ ยูไนเต็ด



อันดับที่ 48. เควิน เดวี่ส์ พวกที่เคยอยู่ คณะเซาธ์แฮมป์ตัน, กรุ๊ปแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, กรุ๊ปโบลตัน วันเดอเรอร์ส



อันดับที่ 47. เจมส์ บีทตี้ หมู่ที่เคยอยู่ กรุ๊ปแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน, หมู่เอฟเวอร์ตัน, กลุ่มสโต๊ก ซิตี้, คณะแบล็คพูล



อันดับที่ 46. ยาคูบู คณะที่เคยอยู่ ทีมพอร์ทสมัธ, พวกมิดเดิ้ลสโบรช์, ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน, หมู่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส



อันดับที่ 45. ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เหล่าที่เคยอยู่ เหล่าแมนฯ ซิตี้, ทีมเชลซี, พวกลิเวอร์พูล



อันดับที่ 44. หลุยส์ ซาฮา ทีมที่เคยอยู่ พวกนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, หมู่ฟูแล่ม, พวกแมนฯ ยูไนเต็ด, เหล่าเอฟเวอร์ตัน, ทีมท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, คณะซันเดอร์แลนด์



อันดับที่ 43. มิคกี้ ควินน์ หมู่ที่เคยอยู่ กรุ๊ปโคเวนทรี ซิตี้



อันดับที่ 42. ปีเตอร์ เคร้าช์ ฝ่ายที่เคยอยู่ พวกแอสตัน วิลล่า, เหล่าเซาธ์แฮมป์ตัน, หมู่ลิเวอร์พูล, ทีมท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ฝ่ายสโต๊ก ซิตี้



อันดับที่ 41. ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กรุ๊ปที่เคยอยู่ พวกท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด, ทีมฟูแล่ม



อันดับที่ 40. ดาร์เรน เบนท์ ฝ่ายที่เคย หมู่อิปสวิช ทาวน์, ทีมชาร์ลตัน แอธเลติก, เหล่าท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ฝ่ายซันเดอร์แลนด์, ทีมแอสตัน วิลล่า, ฝ่ายฟูแล่ม



อันดับที่ 39. ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น กรุ๊ปที่เคยอยู่ กลุ่มเชลซี, คณะท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, พวกสโต๊ก ซิตี้, เหล่าฟูแล่ม



อันดับที่ 38. ไนออล ควินน์ กรุ๊ปที่เคยอยู่ เหล่าแมนฯ ซิตี้, คณะซันเดอร์แลนด์



อันดับที่ 37. เคร็ก เบลลามี่ หมู่ที่เคยอยู่ ทีมโคเวนทรี ซิตี้, ทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ฝ่ายแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, ทีมลิเวอร์พูล, เหล่าเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ทีมแมนฯ ซิตี้, กลุ่มคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้



อันดับที่ 36. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ คณะที่เคยอยู่ พวกอาร์เซน่อล, ฝ่ายแมนฯ ซิตี้, ฝ่ายท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์



อันดับที่ 35. โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กลุ่มที่เคยอยู่ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด



อันดับที่ 34. ดันแคน เฟอร์กูสัน กรุ๊ปที่เคยอยู่ หมู่เอฟเวอร์ตัน, หมู่นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด



อันดับที่ 33. มาร์ค ฮิวจ์ส กรุ๊ปที่เคยอยู่ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด, หมู่เชลซี, ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตัน, เหล่าเอฟเวอร์ตัน, พวกแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส



อันดับที่ 32. เจอร์เมน เดโฟ กรุ๊ปที่เคยอยู่ พวกเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เหล่าท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ทีมพอร์ทสมัธ



อันดับที่ 31. ดิออน ดับลิน พวกที่เคยอยู่ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด, กรุ๊ปโคเวนทรี ซิตี้, หมู่แอสตัน วิลล่า



อันดับที่ 30. เอมิล เฮสกี้ย์ คณะที่เคยอยู่ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้, พวกลิเวอร์พูล, กลุ่มเบอร์มิงแฮม ซิตี้, ทีมวีแกน แอธเลติก, ฝ่ายแอสตัน วิลล่า



อันดับที่ 29. ร็อบบี้ คีน หมู่ที่เคยอยู่ คณะโคเวนทรี ซิตี้, เหล่าลีดส์ ยูไนเต็ด, เหล่าท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, คณะลิเวอร์พูล, ฝ่ายเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, หมู่แอสตัน วิลล่า



อันดับที่ 28. เควิน ฟิลลิปส์ กรุ๊ปที่เคยอยู่ พวกซันเดอร์แลนด์, หมู่เซาธ์แฮมป์ตัน, หมู่แอสตัน วิลล่า, ทีมเบอร์มิงแฮม ซิตี้, พวกคริสตัล พาเลซ



อันดับที่ 27. คริส ซัตตัน กลุ่มที่เคยอยู่ พวกนอริช ซิตี้, หมู่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, พวกเชลซี, คณะเบอร์มิงแฮม ซิตี้, พวกแอสตัน วิลล่า



อันดับที่ 26. เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ทีมที่เคยอยู่ ทีมท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์



อันดับที่ 25. เฟอร์นันโด ตอร์เรส กรุ๊ปที่เคยอยู่ กลุ่มลิเวอร์พูล, เหล่าเชลซี



อันดับที่ 24. เปาโล ดิ คานิโอ กลุ่มที่เคยอยู่ เหล่าเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์, เหล่าเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, กลุ่มชาร์ลตัน แอธเลติก



อันดับที่ 23. จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ หมู่ที่เคยอยู่ ทีมลีดส์ ยูไนเต็ด, กรุ๊ปเชลซี, กลุ่มมิดเดิ้ลสโบรช์, กรุ๊ปชาร์ลตัน แอธเลติก



อันดับที่ 22. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เหล่าที่เคยอยู่ คณะอาร์เซน่อล, ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด



อันดับที่ 21. นิโกล่าส์ อเนลก้า กรุ๊ปที่เคยอยู่ กลุ่มอาร์เซน่อล, ทีมลิเวอร์พูล, คณะแมนฯ ซิตี้, เหล่าโบลตัน วันเดอเรอร์ส, พวกเชลซี, หมู่เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน



อันดับที่ 20. เซร์คิโอ อเกวโร่ กลุ่มที่เคยอยู่ กลุ่มแมนฯ ซิตี้



อันดับที่ 19. คาร์ลอส เตเบซ คณะที่เคยอยู่ กรุ๊ปเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด, หมู่แมนฯ ซิตี้



อันดับที่ 18. หลุยส์ ซัวเรซ หมู่ที่เคยอยู่ คณะลิเวอร์พูล



อันดับที่ 17. สแตน คอลลีมอร์ กลุ่มที่เคยอยู่ ฝ่ายน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, หมู่ลิเวอร์พูล, หมู่แอสตัน วิลล่า, ทีมเลสเตอร์ ซิตี้, กลุ่มแบร็ดฟอร์ด ซิตี้



อันดับที่ 16. แม็ทธิว เลอ ทิสซิเอร์ พวกที่เคยอยู่ กลุ่มเซาธ์แฮมป์ตัน



อันดับที่ 15. ดไวท์ ยอร์ค หมู่ที่เคยอยู่ ทีมแอสตัน วิลล่า, ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด, พวกแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, กลุ่มเบอร์มิงแฮม ซิตี้, กรุ๊ปซันเดอร์แลนด์



อันดับที่ 14. จิอันฟรังโก้ โซล่า คณะที่เคยอยู่ เหล่าเชลซี



อันดับที่ 13. เท็ดดี้ เชอริงแฮม กลุ่มที่เคยอยู่ หมู่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, กลุ่มท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด, ฝ่ายพอร์ทสมัธ, เหล่าเวสต์แฮม ยูไนเต็ด



อันดับที่ 12. รุด ฟาน นิสเตลรอย คณะที่เคยอยู่ กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ด



อันดับที่ 11. เลส เฟอร์ดินานด์ กลุ่มที่เคยอยู่ หมู่ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส, หมู่นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ทีมท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ทีมเลสเตอร์ ซิตี้, กลุ่มโบลตัน วันเดอเรอร์ส



เข้าสู่อันดับที่ 10 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ทีมที่เคยอยู่ ฝ่ายลิเวอร์พูล, ทีมลีดส์ ยูไนเต็ด, กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้, กรุ๊ปแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส



เพื่อเจ้าของฉายาที่ว่า ก็อด ของสาวก คณะหงส์แดง ลิเวอร์พูล เติบโตมาในฐานะนักเตะเยาวชนของพวก ก่อนได้ประเดิมสนามตั้งแต่อายุ 18 ปี ทะลวงตาข่ายกระจุย 25 ลูกในปี 1994 - 1995

พร้อมกับก่อนที่จักซัดอีก 28 ประตูในซีซั่นถัดมา สร้างชื่อสุดๆด้วยการซัดแฮตทริกใส่ เหล่าอาร์เซน่อล ด้วยเวลาเช่น 4 นาที 33 วินาทีเท่านั้น


ในอันดับ 9 เอียน ไรท์ พวกที่เคยอยู่ เหล่าอาร์เซน่อล, กรุ๊ปเวสต์แฮม ยูไนเต็ด



เพราะว่า ไร้ท์ซ่า ที่เป็นตำนานอีกคนนึงของ ฝ่ายปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เจ้าของ 128 ประตู จาก 221 นัดในลีก

ซึ่งภายหลังคว้าตัวมาจาก คริสตัล พาเลซ ในปี 1991 ด้วยค่าตอบแทน 2.5 ล้านปอนด์ ด้วยกันเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น ความทุ่มเทเต็มร้อย ยิงประตูเฉียบขาด ไม่แปลกใจเลยที่แฟนปืนใหญ่จะรักกองหน้าผิวหมึกผู้นี้เหระบือเกิน


ในอันดับ 8 ไมเคิ่ล โอเว่น กลุ่มที่เคยอยู่ พวกลิเวอร์พูล, คณะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด, ทีมสโต๊ก ซิตี้



ทางเบบี้โกล์ ได้แจ้งเกิดตั้งแต่อายุ 17 คราวลงสนามมาแล้วยิงได้ทันทีในตารางบอลเกมพบ วิมเบิลดัน ทันทีที่ปี 1997 ยิงไป 118 ให้หงส์แดงในลีก

ซึ่งตลอด 8 ปีที่อยู่กับคณะก่อนขนไปอยู่ยักษ์ใหญ่ของสเปนอย่าง กรุ๊ปเรอัล มาดริด ก่อนฟอร์มตกฮวบภายหลังได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง

อีกทั้งยังต้องระหกระเหินกลับมาอังกฤษด้วยการเซ็นหนังสือสัญญากับ เหล่านิวคาสเซิ่ล, กรุ๊ปแมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย แฟนหงส์สาธยายว่ามันเจ็บตรงนี้แหละ กับ กลุ่มสโต๊ก ซิตี้


อันดับ 7 ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา คณะที่เคยอยู่ คณะเชลซี



เพราะคำว่า แข็งแกร่ง, เฉียบคม, และทรงพลัง นั้นคือคำนิยามของหัวหอกฝ่ายชาติไอวอรี่ โคสต์ ผู้นี้ เป็นหัวหอกตัวหลักของพวกตลอด 8 ปี กวาดแชมป์ร่วมกับ ฝ่ายสิงโตน้ำเงินคราม มากมาย เป็น 1 ในศูนย์หน้าที่กองหลังฝ่ายตรงข้ามต่างเทคะแนนให้ว่า ไม่ตะกลามรับมือ ด้วยที่สุดคนนึงในลีก

ซึ่งปัจจุบันได้ยักกลับมาจาก ฝ่ายกาลาตาซาราย ด้วยกันรับบทกองหน้าหมายเลข 3 ของพวกคอยพยุงน้องๆ


อันดับ 6 แอนดี้ โคล คณะที่เคยอยู่ ฝ่ายนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด, ทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, คณะฟูแล่ม, กรุ๊ปแมนฯ ซิตี้, หมู่พอร์ทสมัธ



ซึ่งเจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก ด้วยจำนวน 187 ประตู แม้บางช่วงของอาชีพจักถูกค่อนขอดว่าใช้โอกาสเปเอิกเกริกงไปบ้างเวลาอยู่หน้าปากประตู แต่ก็ต้องถือว่า คิงโคล ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าหัวแถวของลีกอยู่ดีเมื่อดูจาก การคว้าแชมป์แบบนับไม่ถ้วนกับ ทีมผีแดง ด้วยกันตัวเลขสกอร์ที่เขาทำได้


อันดับ 5 เวย์น รูนี่ย์ กลุ่มที่เคยอยู่ ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน, หมู่แมนฯ ยูไนเต็ด



พร้อมด้วยได้แจ้งเกิดตั้งแต่อายุ 16 ขวบ ทันทีที่ลงสนามมาซัดอย่างสุดสวยใส่ อาร์เซน่อล ในปี 2002 ก่อนลุยศึกไฮไลท์พรีเมียร์ลีกยูโร 2004 ด้วยอายุ 18 ปี ก่อนยักย้ายมาร่วมพวก ฝ่ายปีศาจแดง ด้วยค่าจ้างมหึมา 25 ล้านปอนด์ จนถึงครั้งนี้ยิงไปแล้ว 161 ประตูจาก 313 เกมในลีก ปัจจุบันรับตำแหน่ง กัปตันหมู่ ทั้งในนามสโมสรด้วยกันฝ่ายชาติอังกฤษ


ในอันดับ 4 เดนนิส เบิร์กแค้มป์ ฝ่ายที่เคยอยู่ เหล่าอาร์เซน่อล



ด้วยคำว่า คลาสสิก นึกถึงสไตล์ของ เบิร์กแค้มป์ ต้องใช้คำนี้เลย เป็นกองหน้าที่ไม่ค่อยมีความเร็วมากนัก รูปร่างก็ไม่ได้แข็งแกร่งบึกบึน แต่เทคนิคการยิงประตูกับลีลาการจ่ายบอล แพรวพราวมีระดับเหเล่าลือเกิน

พร้อมด้วยคำถามก็คือ? จักมีใครจะลืมประตูสุดสวยที่ยิงใส่ นิวคาสเซิ่ล ในปี 2002 พร้อมกับ ในนามกลุ่มชาติฮอลแลนด์ ที่ยิงใส่ คณะอาร์เจนติน่า ในฟุตบอลโลก 1998 ได้ลงกันล่ะ?


อันดับ 3 เอริค คันโตน่า คณะที่เคยอยู่ กลุ่มแมนฯ ยูไนเต็ด



เหตุด้วยเอริค เดอะ คิง นั้นเล่นให้พวกปีศาจแดงแค่ 5 ปี แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรคนนึงไปเรียบร้อย

และด้วยฝีเท้าที่เอกอุ กับบุคลิกในสนามที่โดดเด่น สร้างความยำเกรงให้คู่แข่ง และความเชื่อใจให้เพื่อนร่วมฝ่ายได้เสมอ

ซึ่งเพราะก็องโต้ไม่ใช่กองหน้าจำพวกถล่มประตูเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของหมู่ในเกมรุกมากกว่า ห้าวหาญดุดัน ฉลาดปราดเปรื่อง แต่น่าเสียดายที่อารมณ์ศิลปินมากเกินไป ติสต์แตก ตกลงใจแขวนสตั๊ดขณะที่อายุพาง 31 ปีเท่านั้น


อันดับที่ 2 อลัน เชียเรอร์ ฝ่ายที่เคยอยู่ หมู่เซาธ์แฮมป์ตัน, หมู่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, กรุ๊ปนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด



เรียกได้ว่าเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาลด้วยจำนวน 260 ประตู ฮอตชอต ซัดให้ แบล็คเบิร์น ไป 112 ลูก พร้อมทั้งกับทีมในดวงใจตั้งแต่เด็ก นิวคาสเซิ่ล อีก 148 ตุง หลังขนย้ายมาร่วมคณะในปี 1996 ด้วยค่าตอบแทนสถิติโลกตอนนั้น 15 ล้านปอนด์

ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จด้านถ้วยรางวัล เพราะว่าได้เช่นแค่แชมป์ลีกกับ กุหลาบไฟ ในซีซั่น 1994 - 1995 เท่านั้น

แต่ว่าในแง่ส่วนตัวถือว่าสุดยอด เท่าที่ดูจากประตูที่ยิงได้ พร้อมทั้งตำแหน่งกัปตันทีมชาติอังกฤษอีกหลายปี


พร้อมกับอันดับที่ 1 เธียร์รี่ อองรี กลุ่มที่เคยอยู่ ทีมอาร์เซน่อล



ด้วยกันถึงแม้ว่าวิเคราะห์ผลบอลว่าจักด้อยกว่า 1.เชียเรอร์, 2.โคล หรือไม่ก็แม้แต่ 3.รูนี่ย์ ถ้าวัดในแง่จำนวนประตู แต่ ติตี้ คือสุดยอดกองหน้าของพรีเมียร์ลีกอย่างแท้แน่แท้


  1. อย่างแรกคือเทคนิคแพรวพราวหาตัวจับยาก
  2. อย่างที่สองความเร็วที่กองหลังเลิกฝันเลยว่าจักไล่ทันทันทีที่เขาได้ควบบอล
  3. อย่างที่สามการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูที่เฉียบขาด 
  4. อย่างที่สี่การจบสกอร์ที่เหนือชั้นมาก


เหตุด้วยอองรีได้

  • อย่างแรกคือแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 เวลา เพราะครั้งล่าสุดตราบปี 2003 - 2004 ทำสถิติไม่ปราชัยใครทั้งซีซั่นด้วย
  • อย่างที่สอง 3 แชมป์ เอฟเอ คัพ
  • อย่างที่สาม นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักเตะอาชีพ 2 ครั้ง
  • อย่างที่สี่ นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวอีก 3 ครั้ง 
  • อย่างที่สี่ โกลเด้นบู๊ทอีก 4 ครั้ง


พร้อมทั้งแบบนี้ไม่ว่าจักมองมุมไหน อองรี ก็คู่ควรกับตำแหน่ง อันดับ 1 แบบไร้ข้อโต้แย้งอย่างที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวโปรแกรมบอลหัวมุมนี้แฟนผีขอบ่น! ว่าจักปวดอย่างไรกันอย่างยิ่ง?

มุมนี้แฟนผีขอบ่น! ว่าจะเจ็บอะไรกันนักหนา?




ถ้าจะให้พูดวิเคราะห์บอลกันตามตรงเลย ในเวลาปกติก็จักเบื่อเวลามีโปรแกรมทีมชาติ มาคั่นศึกฟุตบอลสโมสรจะตายอยู่ละ แต่ว่าในฐานะคนทำข่าวก็ต้องอดหลับอดนอนฝืนดูต่อจากนั้น แค่นั้นยังไม่พอนักเตะตัวหลักของกลุ่มรักดันมาเจ็บอีก พูดได้คำเดียวครับว่า เซ็ง

ซึ่งเท่าที่ผมได้พูดคุยกับพี่ๆ ในที่ทำงานที่น่ารัก รวมถึงเพื่อนๆ ที่คลั่งไคล้และหลงไหลในกีฬาลูกหนังหลายๆ คน 100 ละ 90 ต่างก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

  1. ศึกฟุตบอลกรุ๊ปชาตินั้นไม่มีความสนุก
  2. ไม่มีความตื่นเต้นเลย 
  3. ไม่มีไรน่าลุ้น แถมน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ 
  4. หมายดูฟุตบอลสโมสรศึกพรีเมียร์ลีกมากกว่า 


กับผมก็เป็นคนส่วนใหญ่จำพวกนั้นด้วยเช่นเดียวกันครับ

ซึ่งต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า เนื่องจากในอาทิตย์ที่ตัดผ่านมา นั้นมันเป็นเกมพวกชาติ ฉะนั้นการคิดหัวข้อที่จักเขียนให้มันเข้ากับบรรยากาศหมู่ชาตินี่มันลำบากเสียเหโจษจันเกิน อีกอย่างผมก็เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็คงไม่ค่อยได้สนใจสักเท่าไหร่นักเช่นเดียวกัน ฉะนั้นวันนี้ ผมก็เลยขอใช้พื้นที่นี้เพื่อ บ่น ซะหน่อย

งั้นก็มาขึ้นต้นวิเคราะห์ผลบอลกันเลยดีกว่า ก็ไม่รู้ว่ามันจักเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไปถึงไหนด้วยว่าสโมสร กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้าที่จะหยุดพบกับโปรแกรมบอลกลุ่มชาติ ก็มีตัวเจ็บ ตัวแบน บานตะไท ลิสต์ไล่ยาวเป็นหางว่าวอยู่แล้ว แต่หลังจากทะลุสุดสัปดาห์ที่พ้นมา ทีมปีศาจแดง ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปอีก 3 ราย

มาบุกเบิกที่คนแรก ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวเก๋า ที่อุตส่าห์ถูกเรียกไปติดกรุ๊ปชาติอังกฤษ อีกครั้งนึง แต่แล้วก็ต้องมาดวงแตก ก็เพราะว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบระหว่างลงฝึกซ้อมกับทัพ ฝ่ายทรี ไลอ้อนส์ หลังลงไปวอร์มร่างกายสัมผัสพื้นหญ้าได้แค่ 20 นาทีเท่านั้น จนต้องขอถอนตัวจากการรับใช้บ้านเกิด ด้วยกันเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งนึงว่าจะต้องพักนานแค่ไหน




การที่จะกลับมาฟิตสมบูรณ์ เพื่อความหวังที่จักให้ใช้ประสบการณ์ประคองน้องๆ ดันมาเจ็บอีก เห็นแบบนี้แล้วก็ เครียด

ซึ่งสาวก ฝ่ายเร้ด อาร์มี่ หลายคนอาจจะแย้งว่า เฮียคาร์ริค นี่ถือว่าเป็นตัวหลักของกลุ่มแล้วหรอ?

ถ้าจะดู สภาพกรุ๊ปครั้งนี้ ผมก็คงต้องอื้นว่าใช่แน่นอนครับ โปรดอย่าลืมว่า ตอนนี้กองหลังในทัพ หมู่ปีศาจแดง เนี่ย แทบไม่เหเล่าลือให้ใช้งาน เพราะว่าแต่ละคนโดนโรคเดี้ยงรุมเร้ากันเป็นแถบ

กับรวมไปถึงมิดฟิลด์ในวัย 33 ปีรายนี้ ก็น่าจะเป็นตัวเร่ำลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดแล้ว เหรอคุณคิดว่านักเตะอย่าง ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ เหมาะสมมากกว่าเอ่ย?

คนถัดมานี้ก็ดูจะสำคัญมากซะด้วยสิด้วย ดาบิด เด เคอา นายด่านผู้ช่วยเซฟแต้มสำคัญให้กับ ทีมยูไนเต็ด ได้หลายต่อหลายครั้ง ในฤดูกาลนี้ ก็ดันไปเจ็บตอนเข้าแคมป์ฝึกซ้อมโปรแกรมฟุตบอลกับกลุ่มชาติสเปน

เจ็บตรงไหนไม่เจ็บ ดันไปเจ็บที่อวัยวะที่ใช้ในการสมมติว่าินของผู้รักษาประตูเพราะตรงเลย ก็คือ นิ้ว.

ซึ่งเบื้องต้นถ้าจะวิเคราะห์ฟุตบอล ก็คาดว่าจะต้องพักถึง 4 สัปดาห์เลยทีเดียว และถ้าสมมติว่าเป็นจริงนั้น เหล่าอสูรแดง นั้นจักไม่มีน้องลามะเฝ้าเสาในเกมที่ต้องบุกไปเยือน เหล่าอาร์เซน่อล ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน รวมทั้งในนัดเปิดบ้านพบกับ หมู่ฮัลล์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน พร้อมทั้ง ทีมสโต๊ค ซิตี้ ในวันที่ 2 ธันวาคม 57 นี้

พร้อมด้วยยังรวมไปถึงเกมที่โปรแกรมบอลต้องบุกไปเยือนฝ่ายฟอร์มแรงซึ่งเป็นรองจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้อย่าง ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน อีกด้วย




มองเผินอาจจะไม่มีอะไรนะ แต่ผู้รักษาประตูมือเจ็บนี้คือสาหัสเลยนะ


ในส่วนของแผงหลังที่มีอยู่ ก็ยังเจ็บระนาวไม่หาย ยังไม่พอจอมหนึบตัวหลักก็เดี้ยงอีก แต่เดี๋ยวก่อน เพราะว่าแฟน เหล่าปีศาจแดง ต่างว่าคุณคิดว่านี่แย่แล้ว เรามีโปรโมชั่นพิเศษมอบให้คุณอีกครับ

พร้อมด้วยล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก่อนที่ผมจักตั้งต้นเขียนสกู๊ปนี้ หมู่ชาติฮอลแลนด์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเปิดบ้านยำสมันน้อยอย่าง กลุ่มชาติลัตเวีย ไปเบาะผลบอล 6-0 ประตู

ซึ่งแน่นอนว่าแฟนฝ่ายฟุตบอลชาวดัตซ์ รวมถึงแฟนบอลนักแทง ในบ้านเราก็คงจักพึงพอใจกับผลการแข่งขันดังกล่าว แต่หาใช่กับสาวก คณะปีศาจแดง เลย

เพราะว่าว่า ตัวสำคัญอย่าง ดาลี่ย์ บลินด์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้ง

  1. ตำแหน่งกองกลาง
  2. กองหลัง 
  3. แบ็กซ้าย 


นั้นต้องมาเข่าพัง ด้วยกันคาดว่าต้องพักถึง 4-6 อาทิตย์เลยทีเดียว!




รายนี้โดนที่หัวเข่าแถมไม่ได้เจ็บเบาๆ ด้วยนะ แต่มันเกือบ 2 เดือนเลยนะ


ซึ่งถ้าตัวเจ็บบานเบอะขนาดนี้ บอกเล่าเลยว่าเครียดแทนการจัดทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือที่มาดนิ่งที่สุดในปีนี้เลย

กับก่อนที่จะเครียดแทน เฮีย เรามาทบทวนกันอีกรอบดีไหมเด็กๆ ว่าหมู่ปีศาจแดง ของเรามีใครเข้าโรงหมออยู่บ้าง ก่อนอื่นเอา 3 คนด้านบน ทดไว้ในใจก่อนนะครับ

กับนี่คือลิสต์รายนามแข้งเดี้ยงของ ฝ่ายยูไนเต็ด ก่อนโปรแกรมคณะชาติเพราะว่าเรียงจาก



ชื่อ - ส่วนที่เจ็บ - วันที่น่าจักกลับมาลงฝึกซ้อมได้


1.มาร์กอส โรโฮ - ไหล่ - 8 ธันวาคม 2014




2.ราฟาเอล ดา ซิลวา - กล้ามเนื้อ - 22 พฤศจิกายน 2014




3.แอชลี่ย์ ยัง - ขาหนีบ/สะโพก - ไม่ทำเป็นระบุได้




4.ฟิล โจนส์ - น่อง - 22 พฤศจิกายน 2014




5.ราดาเมล ฟัลเกา - น่อง - 22 พฤศจิกายน 2014




6.จอห์นนี่ อีแวนส์ - ข้อเท้า - 22 พฤศจิกายน 2014




7.เจสซี่ ลินการ์ด - เข่า - 29 พฤศจิกายน 2014



เพราะว่าจากที่สรุปมีทั้งสิ้น 7 คน บวกอีก 3 คน ด้านบนนู้นน ที่เพิ่งจักลากกระเป๋าเข้าโรงพยาบาลแห่งความฝัน รวมเป็น 10 ราย เกือบจักจัดได้ทีมนึงเลยนะเนี่ย

พร้อมด้วยไหนๆ ฟ้าก็กลั่นแกล้งขนาดนี้แล้ว ผมขอท้าให้เอาตัว อัดนาน ยานาไซ ไปอยู่ที่โรงหมอด้วยอีกรายเลยได้มั้ย จักได้ครบ 11 คนพอดี

เดินทางมาถึงสุดท้ายนี้ ก็อย่าลืมด้วยนะครับว่า โปรแกรมกรุ๊ปชาติยังมีกลางสัปดาห์นี้ด้วยเห้อออ

ในช่วงเวลานี้ผมก็ต้องยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วละครับว่า อย่าได้ให้ใครเจ็บเพิ่มเติมอีกเลย ที่มีอยู่นี่ก็จักไม่เหเลื่องลือลายผลฟุตบอลแชมป์ลีก 20 คราวอยู่แล้ว สาธุๆ


เอร์เรร่านั้นเตรียมโบกมือลาฝ่ายผีแดง ในสิ้นปีนี้




ทางด้านของ อังเดร เอร์เรร่า นักเตะในวัย 25 ปี ที่เพิ่งเขยิบออกจาก ฝ่ายแอธเลติก บิลเบา เพื่อมาซบที่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยค่าตัวสูงถึง 24 ล้านปอนด์ แรกเปิดฝาเหมือนจักไปได้สวยภายใต้บังเหียน หลุยส์ ฟาน ฮาล กุนซือแดนกังหันลม แต่ผลงานระยะหลังดร็อปลงไปจนหลุดตำแหน่งตัวครันในบางนัด แถมยังไม่ได้รับการการันตีใดๆ อีกแล้ว

จนถึงกระทั่งสื่อ ฟิกาเฆส สำนักข่าวชื่อดังแห่งแดนกระทิงดุได้อ้างว่า เอร์เรร่า หวั่นวิตกจะเอาอนาคตมาทิ้งบนเกาะอังกฤษ จึงมองความเป็นไปได้ที่ว่าจักเก็บข้าวของออกจากเมืองแมนเชสเตอร์ ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ในเดือนมกราคม ปี 2015 เพราะว่าพร้อมจักกลับคืนสู่ลา ลีกา อีกครั้ง

ซึ่งทางด้าน ฟาน ฮาล บิ๊กบอสพร้อมจัก ช่างกองกลางสแปนิชอยู่เหมือนกันยอมหั่นมูลค่าเหร่ำลือแค่ 19 ล้านปอนด์ เพื่อขายสะดวกโยธินยิ่งขึ้นเพราะหวังนำรายได้ดังกล่าวมาจัดซื้อเซนเตอร์ฮาล์ฟดี ๆ สักราย เข้ามาแก้จุดอ่อนในแผงหลัง เพื่อเป้าหมายติดท็อปโฟร์คว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผลบอลมาริจ้องกระบิลที่ใช่ที่กมล หลุยส์ฟานกัล

มาดูระบบที่ใช่ในใจ หลุยส์ฟานกัล




วิเคราะห์ผลบอล: ภายหลังที่ผลงานของทัพ กรุ๊ปปีศาจแดง ครั้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ทะลวงมา นั้นคือการเปิดบ้านเฉือนชนะ กลุ่มคริสตัล พาเลซ ไปด้วยผลบอล 1 - 0 ซึ่งนั้นอาจดูไม่ใช่ผลงานที่น่าพอใจนักเพราะแฟนบอลสักเท่าไหร่ แต่นี่เป็น 3 แต้มที่ทุกคนยอมรับได้จริงๆ ว่าล้ำค่าเหเล่าลือเกินเกี่ยวกับเวลาช่วงนี้ เพราะมันทำให้เราขึ้นไปอยู่ถึงอันดับ 7 ของตารางเลยทีเดียว

และก่อนที่ พวกปีศาจแดง นั้นจะกรีฑาทัพลงสนามในแต่ละเกมนอกจากจักสร้างความลำบากใจในการทำงานให้กับผู้จัดการพวก หลุยส์ ฟาน กัล แล้ว ก็ยังสร้างความอึดอัดใจให้กับแฟนบอลอย่างเราๆ ที่ต้องมาเกร็งตลอด 90 นาทีก็ว่าได้

เนื่องด้วยแนวรุกที่ดีที่เป็นแถวหน้าของโลก แต่ตีบตันในหนทางในการส่งลูกไปกองก้นตาข่าย กับแนวรับที่เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่ พร้อมเสียประตูได้ในทุกนาทีไม่ว่าคู่แข่งจะเก่งหรืออ่อนแค่ไหนก็ตาม ไม่พางเท่านั้น ยังโดนปัญหาอาการบาดเจ็บเข้าโถมจนแทบจะพิกลพิการ พร้อมด้วยบวกกับเรื่องนักเตะสมองลิงที่โดนไล่ออกไปแบบโง่ๆ จนตัวเฟุ้งเฟื่องกน้อยลง นัดที่เจอกับเหล่าส่วนล่างของตารางอย่าง ทีมคริสตัล พาเลซ ทำให้หน้ากลัวไม่ต่างการเจอกับกรุ๊ปท็อปโฟร์




ภาพนี้นี่คือแผนแรกที่ฟานกัลใช้ประเดิมทัวร์อเมริกา

ซึ่งถ้านับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา หลุยส์ ฟาน กัล นั้นได้เปลี่ยนแปลงเหล่าจากเดิมไปมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวผู้เล่น ที่เติมนักเตะฟุตบอลระดับโลกเข้ามา โละแข้งที่ไร้ประโยชน์ออกไป เปลี่ยนแปลงทีมงานเป็นคนที่ตนไว้ใจ แต่ยังคงเก็บคนเก่าแก่ที่รู้งานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เอาไว้ จัดการแต่งตั้งกัปตันกรุ๊ปคนใหม่เป็นคนที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในหมู่ชุดนี้ กับที่สำคัญปรับปรุงระบบการเล่นให้เหมาะสมกับเหล่ามากที่สุด

พร้อมทั้งข้อสุดท้ายนี่แหละที่ยากเย็นเข็ญใจเสียเหเลื่องเกิน เพราะว่าทุกวันนี้ ตัวหลุยส์ ของเรา เองก็ยังคงยอมรับว่าตนเองก็ยังตามหาแผนการเล่นที่ใช่ของ เหล่าปีศาจแดง ถัด ถึงแม้ว่าจักเข้ามาคุมกลุ่มเป็นเวลาเกือบครึ่งซีซั่นไปแล้วก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงฝ่ายที่พังพินาศครั้งซีซั่นก่อน

ที่เปิดฉากต้นด้วยการซ่อมด้วยการเติมอะไหล่ดีๆ เข้าไป จักเป็นต้องหาวิธีการทำงานให้ของเหล่านั้นทำงานไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูแล้วน่าจักเป็นงานหนักพอควร และคงไม่ใช่ในเวลาอันสั้นแน่นอน แต่ก็ไม่ควรจบฤดูกาลมือเปล่าแบบซีซั่นที่แล้ว




ภาพระบบที่ฟานกัลปรับเปลี่ยนใช้งานช่วงทดลองกรุ๊ป

สำหรับแผนการแรกที่บรรจงวางเป็นระบบของฝ่ายในศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือแผนการเล่นที่ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งในการพากรุ๊ปชาติ ฮอลแลนด์ ของตนประกาศศักดาคว้าอันดับ 3 ของโลกได้ในการละเลงแข้ง เวิลด์คัพ ครั้งล่าสุดที่ดินแดนแซมบ้า


  • ซึ่งนั่นก็คือ 3-5-2 ที่เซ็นเตอร์ 3 คนที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากมายแต่มีความเข้าอกเข้าใจ การอ่านเกม การประสานงาน พร้อมกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม 
  • ส่วนมิดฟิลด์ที่ตัดผ่านบอลได้ดี วิงแบ็กที่เติมเกมรุกได้สูงและวิ่งกลับได้ทัน พร้อมทั้งเปิดบอลได้แม่นยำ บวกกับสองหัวหอกที่ข้ามบอลให้กันได้ดีด้วยกันมีความเร็วเป็นหลัก 
  • ทำให้ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับฝ่ายในช่วง ปรี - ซีซั่น ที่สหรัฐอเมริกา พากลุ่มชนะได้หลายนัด พร้อมเกมรุกที่น่าตื่นตา แต่พอมาใช้นักในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรก ก็เอาฤกษ์ด้วยการจำนนคาบ้านต่อ พวกสวอนซี ซิตี้ เป็นครั้งแรกในประวัติส่วนตัวศาสตร์


กับด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่พร้อม แนวรับที่ไม่เข้าขากัน พร้อมกับขาดประสบการณ์ แต่ทุกคนยังเชื่อในระบบ แต่กับอีก 3 เกมถัดมา 3-5-2 ก็ยังคงไม่อาจนำพาชัยชนะมาสู่กรุ๊ปได้ แถมยังตกรอบ แคปิตอล วัน คัพ ด้วยการแพ้กลุ่มรองบ่อนอย่าง ทีมเอ็มเค ดอนส์

ซึ่งผลสุดท้ายการที่ได้ มาร์กอส โรโฮ เข้ามามีรายนามในฝ่าย พร้อมทั้งการที่กรุ๊ปมีหัวหอกระดับโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ทำให้ ฟาน กัล เลิกดื้อแพ่ง และปรับระบบมาเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ หรือว่าแบบที่เราเรียกว่าเหลี่ยมเพชร ที่เกริ่นต้นได้อย่างงดงามที่การไล่ยำ ฝ่ายควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ได้ถึง 4-0 เหมือนที่ควรจะเป็นไปตามฟอร์มของทีม

โดยการขึ้นต้นต้นสวยงาม แต่เกมต่อมากลับมาสวยด้วย เพราะลูกเหล่าซาตานกลับบุกไปพ่ายแพ้คณะน้องใหม่อย่าง เหล่าเลสเตอร์ ซิตี้ ผลบอล 5-3 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 3-1 แต่ด้วยความย่ำแย่แบบไม่น่าให้อภัยของแนวรับ ทำให้คณะต้องเสียประตูง่ายๆ แบบไม่น่าให้อภัยเช่นกัน นัดต่อมาก็กู้หน้าได้อีกครั้ง ด้วยการชนะ กรุ๊ปเวสต์แฮม 2-1 ในโรงละครแห่งความฝัน แต่ก็ต้องสังเวยด้วยใบแดงของกัปตันฝ่าย เวย์น รูนีย์




ภาพแท็กติก 11 ผู้เล่นตัวยิ่งในฝันของสาวก เหล่าปีศาจแดง

ในเกมต่อมาระบบยังคงเดิม ทำให้เอาชนะ ทีมเอฟเวอร์ตัน ได้ถัด แต่ก็ยังมีปัญาหานักเตะบาดเจ็บตามมา ซึ่งตอนนั้นคือ ราดาเมล ฟัลเกา ที่เกริ่นปรับตัวเข้ากับกลุ่มได้บ้าง นั่นทำให้ ฟาน กัล ต้องปรับระบบอีกครั้งด้วยกันคราวนี้ปรับมายืนเป็น 4-2-3-1 ยอดนิยม

พร้อมด้วยยังอาจจักปรับเป็น 4-1-4-1 ได้ โดยมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลูกรักยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า พร้อมทั้งตามมาด้วยการย่ำแย่ลงของพิษสงในแนวรุกของเหล่า รวมไปถึงการแจ้งเกิดของลูกรักคนที่สอง อัดนาน ยานาไซ เด็กคนนี้อาจมีอนาคตแท้ แต่ดูจะยังไม่ใช่ประเดี๋ยวนี้

สำหรับระบบนี้ไม่เอื้อให้ ฝ่ายปีศาจแดง ในการทำเกมรุกได้หลากหลายเหมือนระบบเหลี่ยมเพชร แต่เกมรับดูจะเหนียวขึ้น ไม่รู้ว่านั่นเพราะการขาด ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ไปหรือเปล่า ซึ่งในเกมที่เจอกับ เหล่าเวสต์บรอมวิช ก็เสมอ กลับมาเล่นในบ้านเจอ คณะเชลซี ก็เสมอแบบฉิวเฉียด การออกไปเยือน กรุ๊ปแมนฯ ซิตี้ ก็เจอหายนะอีกครั้ง ขณะ คริส สมอลลิ่ง โดนใบแดง พร้อมการบาดเจ็บของ มาร์กอส โรโฮ ซึ่งการกลับมาจากโทษแบนของ เวย์น รูนีย์ ในเกมนี้ก็ไม่ช่วยอะไร เหล่ายังคงแพ้ถัดจากนั้น

และเดินทางมาจนถึงนัดล่าสุดกับ กลุ่มพาเลซ ระบบนี้ยังถูกนำมาใช้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะ ฟาน กัล ต้องการความต่อเนื่องของตัวผู้เล่น ทำให้ลูกรัก ยานาไซ ยังได้ลงต่อเนื่อง สุดท้ายแม้จักชนะ แต่กุนซือชาวดัตช์น่าจักรู้แล้วว่า ระบบนี้ก็ยังไม่ใช่ เช่นกัน

เหตุด้วยในโปรแกรมบอลนัดหน้าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อรองรับนักเตะที่จะกลับมาจากการบาดเจ็บ พร้อมกับต้องให้โอกาสบางคนที่ฟอร์มดีกว่าลงเล่น โชคดีที่มีเบรคกรุ๊ปชาติให้พักหายใจเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม แต่ หลุยส์ ฟาน กัล คงไม่ได้หยุดคงมีการบ้านเป็นกองภูเขาให้รับมือกันต่อไป ซึ่งแฟนบอลอย่างเราๆ ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่หวังว่าจะดีขึ้นเท่านั้น